รวมคำสั่ง Cisco Command พื้นฐานที่ Network Engineer ต้องรู้

รวมคำสั่ง Cisco CLI พื้นฐานถึงระดับสูงที่ Network Engineer ต้องรู้

การดูแลระบบเครือข่ายด้วยอุปกรณ์ Cisco สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้วิธี "ตรวจสอบ" สถานะเพื่อให้เรามองเห็นปัญหาได้ทันท่วงที บทความนี้ได้รวบรวมคำสั่งพื้นฐานไปจนถึงคำสั่งระดับสูงที่ Network Engineer ต้องใช้บ่อยที่สุดครับ


1. คำสั่งตรวจสอบพื้นฐาน (Global Status)

คำสั่งกลุ่มนี้ใช้เพื่อดูภาพรวมของอุปกรณ์ว่าทำงานปกติหรือไม่:

  • show version (หรือ sh ver) : ตรวจสอบข้อมูลฮาร์ดแวร์, เวอร์ชันของ IOS, ระยะเวลาที่เปิดเครื่องไว้ (Uptime) และสาเหตุการ Reload ล่าสุด
  • show running-config (หรือ sh run) : ดูการตั้งค่าปัจจุบันที่กำลังใช้งานอยู่ (ใน RAM)
  • show startup-config (หรือ sh start) : ดูการตั้งค่าที่บันทึกไว้ (ใน NVRAM) ซึ่งจะถูกโหลดเมื่อเปิดเครื่องใหม่
  • show inventory : แสดงหมายเลข Serial Number และรุ่นของโมดูลต่างๆ ที่เสียบอยู่บนเครื่อง

2. การตรวจสอบ Interface และพอร์ตเชื่อมต่อ

เมื่อเกิดปัญหา "เน็ตช้า" หรือ "ลิงก์ดับ" คำสั่งเหล่านี้คือคำตอบแรกของคุณครับ:

  • show ip interface brief (หรือ sh ip int br) : [คำสั่งยอดฮิต] สรุปสถานะ IP Address และ Status (Up/Down) ของทุกพอร์ตในหน้าเดียว
  • show interfaces [interface-id] (เช่น sh int g0/1) : ดูรายละเอียดเชิงลึก เช่น Bandwidth, Speed, Duplex และที่สำคัญคือ Errors (CRC, Input errors) เพื่อเช็กว่าสายแลนเสียหรือไม่
  • show interfaces status : (สำหรับ Switch) ตรวจสอบว่าพอร์ตไหนอยู่ VLAN อะไร และเชื่อมต่อที่ความเร็วเท่าไหร่

3. การตรวจสอบ Layer 2 (Switching)

สำหรับจัดการการเชื่อมต่อภายในเครือข่ายท้องถิ่น (LAN):

  • show mac address-table (หรือ sh mac add) : ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ (MAC Address) ไหน ต่ออยู่ที่พอร์ตไหนของ Switch
  • show vlan brief (หรือ sh vlan br) : ดูว่ามีการสร้าง VLAN อะไรไว้บ้าง และพอร์ตไหนสังกัด VLAN ไหน
  • show spanning-tree : ตรวจสอบสถานะ STP เพื่อป้องกันปัญหา Loop ในระบบเครือข่าย
  • show cdp neighbors : ตรวจสอบอุปกรณ์ Cisco ตัวอื่นๆ ที่เชื่อมต่ออยู่โดยตรง (มีประโยชน์มากเวลาไล่สาย)

4. การตรวจสอบ Layer 3 (Routing)

สำหรับตรวจสอบเส้นทางรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครือข่าย:

  • show ip route (หรือ sh ip ro) : แสดงตารางเส้นทาง (Routing Table) เพื่อดูว่า Router รู้จักเส้นทางไปหาปลายทางหรือไม่
  • show ip arp : ตรวจสอบการจับคู่ระหว่าง IP Address และ MAC Address
  • show ip protocols : ดูรายละเอียดของ Routing Protocol ที่รันอยู่ เช่น OSPF, EIGRP หรือ BGP

5. การตรวจสอบทรัพยากรระบบ (Health Check)

เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ไม่ทำงานหนักจนเกินไปจนค้างหรือรีบูตเอง:

  • show processes cpu sorted : ดูว่า Process ไหนกำลังกิน CPU มากที่สุด (เรียงจากมากไปน้อย)
  • show memory statistics : ตรวจสอบการใช้งานหน่วยความจำ
  • show environment all : ดูอุณหภูมิ, สถานะพัดลม และ Power Supply (สำหรับรุ่นที่รองรับ)
  • show log : ย้อนดูเหตุการณ์ผิดปกติต่างๆ ที่ระบบบันทึกไว้ (Syslog)

💡 ทริคเพิ่มเติม: การใช้ Pipe (|) เพื่อกรองข้อมูล

หากผลลัพธ์ของคำสั่งยาวเกินไป คุณสามารถใช้คำสั่งลัดเพื่อหาเฉพาะจุดที่สนใจได้ เช่น:

  • show running-config | section interface : ดูเฉพาะส่วน Interface
  • show ip interface brief | include up : ดูเฉพาะพอร์ตที่มีสถานะ Up เท่านั้น

สรุป: การใช้คำสั่งเหล่านี้อย่างคล่องแคล่วจะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขปัญหา (Troubleshoot) ระบบเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้นครับ

ใหม่กว่า เก่ากว่า