AI ทำพิษ? ทำไมราคา RAM และ SSD ถึงพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด

ราคา RAM และ SSD แพง, วิกฤตชิป AI

AI ทำพิษ? ทำไมราคา RAM และ SSD ถึงพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด

หากใครกำลังวางแผนจะประกอบคอมพิวเตอร์ อัปเกรด PC หรือซื้อโน้ตบุ๊กและสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในช่วงนี้ คงจะเริ่มรู้สึกได้ถึงราคาอุปกรณ์ไอที โดยเฉพาะ RAM (DRAM) และ SSD (NAND Flash) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วันนี้ทีมงาน ithubthai.com จะพาชาวไอทีไปเจาะลึกถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาชิปและแรมแพงขึ้น พร้อมกางไทม์ไลน์แนวโน้มราคาในอนาคต เพื่อให้คุณวางแผนเลือกซื้ออุปกรณ์ได้อย่างคุ้มค่าและคุ้มราคาที่สุด

3 สาเหตุหลักที่ดันราคาชิปและแรมพุ่งสูง

  • กระแส AI และ Data Center โตแบบก้าวกระโดด: ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกที่กำลังเร่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีความต้องการใช้งานชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High Bandwidth Memory: HBM) และแรมประสิทธิภาพสูงในปริมาณมหาศาล ส่งผลให้เกิดภาวะความต้องการล้นตลาด (High Demand)
  • ผู้ผลิตรายใหญ่เปลี่ยนสายการผลิต หันจับตลาด AI ที่กำไรสูงกว่า: ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิประดับโลกอย่าง Samsung, Micron และ SK Hynix ปรับยุทธศาสตร์ลดกำลังการผลิตหน่วยความจำฝั่งผู้บริโภคทั่วไป (DRAM และ SSD สำหรับ PC/มือถือ) แล้วหันไปทุ่มกำลังการผลิตชิปความจำฝั่งอุตสาหกรรม AI ที่สร้างผลกำไรสูงกว่า
  • เกิดภาวะสินค้าตึงตัวในตลาดทั่วไป (Consumer Market): เมื่อโรงงานลดกำลังการผลิตแรมและชิปฝั่งผู้บริโภคลง แต่ความต้องการซื้อในตลาดยังเท่าเดิมหรือสูงขึ้น จึงเกิดภาวะสินค้าขาดแคลนและดันให้ราคาอุปกรณ์ไอทีพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว

Timeline แนวโน้มราคา RAM และ SSD (ปี 2026 – 2028)

รายงานจากสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Gartner และบทวิเคราะห์จาก TrendForce ได้ประเมินทิศทางราคาของ DRAM และ NAND Flash ไว้ดังนี้:

ช่วงเวลา ทิศทางและสถานการณ์ราคา
ปลายปี 2026 ราคายังอยู่ในช่วงขาขึ้น — ราคาสัญญาซื้อขาย DRAM และ NAND Flash ปรับขึ้นทุกไตรมาส จนผู้ผลิต PC แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Acer ออกมาเตือนว่าราคาขาย PC ใน Q4/2026 อาจปรับเพิ่มขึ้นอีก 5–20% ตามต้นทุนชิ้นส่วน
ปี 2027 จุดสูงสุดและการเริ่มคลี่คลาย — คาดการณ์ว่าราคาจะพุ่งแตะจุดสูงสุด (Peak) ในช่วงกลางปี 2027 ก่อนจะเริ่มเห็นสัญญาณราคาค่อยๆ ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี
ปี 2028 ตลาดกลับสู่ภาวะปกติ — ตลาดปรับเข้าสู่จุดสมดุลเต็มที่ คาดว่าราคา RAM และ SSD มีโอกาสลดลงต่ำกว่าเดิมได้ถึง 20% เนื่องจากโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ๆ (Fabs) เริ่มเปิดใช้งานและป้อนสินค้าเข้าสู่ตลาดเต็มกำลัง

ปัจจัยที่จะช่วยกดราคาชิปและแรมให้ลดลงในอนาคต

  1. การบุกตลาดของผู้ผลิตชิปฝั่งจีน: ค่ายผู้ผลิตชิปรายใหม่จากจีน เช่น CXMT และ YMTC กำลังเร่งขยายกำลังการผลิตชิป DRAM และ NAND Flash เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดโลก ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอุปทาน (Supply) นี้ จะกลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่บังคับให้เจ้าตลาดเดิมต้องปรับลดราคาลงมาสู้
  2. กลไกตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค: เมื่อราคาชิ้นส่วนแพงเกินไป ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กและสมาร์ทโฟนจะเริ่มชะลอการสั่งซื้อล็อตใหญ่ ส่งผลให้อุปสงค์ฝั่งผู้บริโภคทั่วไปลดลง และบังคับให้กลไกตลาดต้องปรับราคาลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
มุมมองจาก ithubthai.com: หากคุณไม่มีความจำเป็นต้องรีบใช้อุปกรณ์ใหม่เป็นการด่วน การชะลอการอัปเกรดออกไปก่อน หรือรอจังหวะในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 เป็นต้นไป จะช่วยให้คุณได้อุปกรณ์ไอทีที่คุ้มค่าในราคาที่สมเหตุสมผลมากกว่าครับ
```
ใหม่กว่า เก่ากว่า