เริ่มต้นใช้งาน Cisco CLI ด้วย PuTTY คู่มือฉบับพื้นฐาน

เริ่มต้นใช้งาน Cisco CLI ด้วย PuTTY: คู่มือฉบับพื้นฐาน

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลกของ Network สิ่งแรกที่ต้องทำเป็นคือการเชื่อมต่อเข้าอุปกรณ์ Cisco ผ่านหน้าจอ Command Line (CLI) โดยเครื่องมือที่นิยมที่สุดคือ PuTTY ครับ


1. การเตรียมการก่อนเชื่อมต่อ

ก่อนจะเริ่ม คุณต้องมีอุปกรณ์ดังนี้:

  • Console Cable: สายสีฟ้า (Rollover Cable) หรือสาย USB-to-RJ45
  • โปรแกรม PuTTY: ดาวน์โหลดได้ฟรีและไม่ต้องติดตั้ง
  • Driver: หากใช้สายแปลง USB อย่าลืมติดตั้ง Driver ให้เรียบร้อย

2. ขั้นตอนการเชื่อมต่อผ่าน PuTTY (Console)

  1. เสียบสาย Console เข้ากับพอร์ต Console ของ Cisco และพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์
  2. เช็กที่ Device Manager ในคอมพิวเตอร์ว่าสายของคุณอยู่ที่ COM Port หมายเลขอะไร (เช่น COM3)
  3. เปิดโปรแกรม PuTTY แล้วตั้งค่าดังนี้:
    • Connection Type: เลือก Serial
    • Serial line: ใส่หมายเลขพอร์ต (เช่น COM3)
    • Speed: ใส่ค่า 9600 (ค่ามาตรฐานของ Cisco)
  4. กดปุ่ม Open จากนั้นกด Enter 1-2 ครั้งเพื่อเข้าสู่หน้าจอคำสั่ง

3. โหมดการทำงานของ Cisco CLI (หัวใจสำคัญ)

เมื่อเข้ามาแล้ว คุณต้องเข้าใจ "ลำดับขั้น" ของคำสั่ง ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับหลัก:

โหมด สัญลักษณ์ หน้าที่
User EXEC Mode Router> ดูสถานะทั่วไปได้เล็กน้อย (ทำอะไรไม่ได้มาก)
Privileged EXEC Mode Router# ใช้คำสั่ง show เพื่อตรวจสอบสถานะอย่างละเอียด
Global Config Mode Router(config)# ใช้สำหรับการตั้งค่า (Configuration)

💡 Trick: พิมพ์ enable (หรือ en) เพื่อเข้าสู่โหมด # และพิมพ์ configure terminal (หรือ conf t) เพื่อเข้าสู่โหมดปรับแต่ง


4. คำสั่งพื้นฐานที่ต้องลองในครั้งแรก

  • show running-config : ดูการตั้งค่าปัจจุบัน
  • hostname [ชื่อ] : เปลี่ยนชื่ออุปกรณ์
  • write memory (หรือ wr) : บันทึกการตั้งค่า (สำคัญมาก! ถ้าไม่พิมพ์ ค่าที่ตั้งไว้จะหายเมื่อไฟดับ)

🔍 เจาะลึกคำสั่ง show (หรือตัวย่อ sh) ที่ใช้บ่อยที่สุด

คำสั่ง show เป็นคำสั่งสำหรับตรวจสอบสถานะ เช็กข้อผิดพลาด และดูการตั้งค่าภายในอุปกรณ์ โดยส่วนใหญ่จะใช้งานในโหมด Privileged EXEC Mode (Switch#)

1. หมวดหมู่การตรวจสอบระบบและการตั้งค่า (System & Config)
  • show running-config (หรือ sh run) : ดูการตั้งค่าปัจจุบันใน RAM (หากปิดเครื่องโดยไม่บันทึก ค่านี้จะหายไป)
  • show startup-config (หรือ sh start) : ดูการตั้งค่าที่บันทึกใน NVRAM ซึ่งจะถูกดึงมาใช้เมื่อเปิดเครื่องใหม่
  • show version (หรือ sh ver) : ดูข้อมูลระบบ เช่น เวอร์ชัน Cisco IOS, ระยะเวลาที่เปิดเครื่อง (Uptime) และสเปกฮาร์ดแวร์
2. หมวดหมู่พอร์ตและเน็ตเวิร์ก (Interfaces & IP)
  • show ip interface brief (หรือ sh ip int br) : [ใช้บ่อยที่สุด] ดูสรุปสถานะพอร์ตและ IP Address เช็กว่าพอร์ตไหนเปิด (up) หรือปิด (down) แบบรวดเร็ว
  • show interface <interface-id> (เช่น sh int g0/1) : ดูรายละเอียดเชิงลึกของพอร์ต เช่น Speed, Duplex, จำนวน Packet และ Error
  • show ip route (หรือ sh ip ro) : ดูตารางเส้นทาง (Routing Table) ของอุปกรณ์
3. หมวดหมู่สวิตชิ่งและตารางอุปกรณ์ (Switching & Tables)
  • show vlan brief (หรือ sh vlan br) : ดูรายชื่อ VLAN ทั้งหมด และเช็กว่าพอร์ตไหนผูกอยู่กับ VLAN ใด
  • show mac address-table (หรือ sh mac add) : ดูตาราง MAC Address เพื่อตรวจสอบว่าอุปกรณ์เลข MAC นี้ เชื่อมต่ออยู่กับพอร์ตไหน
  • show cdp neighbors : ดูอุปกรณ์ Cisco ที่เชื่อมต่ออยู่รอบข้าง ช่วยให้เห็นโครงสร้างระบบเน็ตเวิร์กได้ทันที

5. วิธีการปิดการเชื่อมต่อที่ถูกต้อง

เมื่อเสร็จงาน เพียงแค่พิมพ์ exit จนออกจากระบบ หรือสามารถปิดหน้าต่าง PuTTY ได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายของอุปกรณ์ (ตราบใดที่คุณบันทึกค่าด้วยคำสั่ง wr แล้ว)

🌐 ขั้นตอนการเชื่อมต่อผ่าน PuTTY (Telnet) กรณีทราบไอพีอุปกรณ์

  1. เปิดโปรแกรม PuTTY
  2. เลือก Connection Type เป็น Telnet
  3. ใส่ IP Address ของอุปกรณ์ที่ตั้งไว้ (เช่น 10.100.1.1)
  4. พอร์ตมาตรฐานจะเป็น 23
  5. กด Open
  6. ใส่รหัสผ่าน Telnet ที่ตั้งไว้ (หมายเหตุ: ตอนพิมพ์รหัสผ่าน หน้าจอจะไม่ขึ้นตัวอักษรใดๆ)
ใหม่กว่า เก่ากว่า